หลังจากหมกหมุ่นกับเอ้อหูมาพอสมควร ข้าน้อยจึงพบว่าข้อมูลโดยมากจะเป็นภาษาจีน รองลงมาคือภาษาอังกฤษ จึงจัดการเรียบเรียงแบบไทยๆด้วยความรู้เท่าหางเขียด (อึ่งตัวมันใหญ่ไป)
แหล่งผลิตที่ขึ้นชื่อที่สุดของเอ้อหูคงหนีไม่พ้นซูโจว ซึ่งเอ้อหูในปัจจุบันแบ่งเป็น2สายใหญ่ (ไม่ใช่สายที่เป็นเส้นๆ และไม่ใช่แหล่งผลิตเน้อ) คือปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้ โดยเราจะสังเกตุได้จากฐานและคันชัก
ฐาน - (จำบ่ได้ว่าฝั่งไหนฐานแบน ฝั่งไหนฐานโค้ง)
คันชัก - ปักกิ่งจะยาวกว่า (แต่เดี๋ยวนี้เซี่ยงไฮ้ทำยาวใกล้ๆกันแล้ว ใครว่าขนาดไม่สำคัญ งิงิ) ที่จับปักกิ่งนุ่มกว่า สาย(หางม้า)ทางปักกิ่งก็หนากว่า
เอ้อหูที่ดีจะมาจากองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ
1. ฝืมือของช่าง - ถ้าช่างขึ้นทำเนียบ ราคาก็ขึ้นทำเนียบเช่นกัน ถูกใจฝืมือช่างคนไหนแล้วก็อยากได้ของดีราคาถูกกว่าก็ไม่ยากครับ ซื้องานของลูกศิษฐ์ช่างที่เราชอบครับ ส่วนใหญ่เทคนิคแทบถอดกันมา
2. คุณภาพของหนังงู - ช่างสายเก่าและสายใหม่ใช้หนังงูไม่เหมือนกันนะจ๊ะ ช่างสายใหม่จะใช้หนังงูที่ลอกมาแบบหมดจด เสียงของเอ้อหูก็จะออกมาแบบใสสะอาด ไร้สากเสี้ยน ส่วนช่างสายเก่าจะใช้หนังงูที่ยังมีเส้นประสาทกับเส้นเลือดใต้ผิวอยู่ เสียงก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะของหนังชิ้นนั้นๆ และจะนุ่นละมุ่นกว่า
3. เนื้อไม้ - ไม้ที่ใช้ทำเอ้อหูส่วนใหญ่จะเป็นไม้เก่าเนื้อแน่น ไม้ที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดคือ ไม้จันอินเดีย รองลงมาคือไม้จันม่วง แต่ว่ากันจริงก็ไม่ต้องไปสนใจประเภทไม้มากมาย น้ำหนักดี ไม่ใช่ไม้อัดก็ใช้ได้แล้วครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น